English Version Coming Soon!!



ย่อมาจาก do it yourself = ทำเองใช้เอง

ผมว่าหลายๆท่านที่เลี้ยงปลาสวยงาม รักปลา คงจะมีความใฝ่ฝัน หรือ ความอยากทำอะไรหลายอย่าง เกี่ยวกับเรื่องปลาในอารมณ์ที่ใกล้เคียงกับผม เช่น
บ่อปลาคาร์ฟท่ามกลางบรรยากาศของสวนแบบ แจแปนนีช ประมาณแบบไผ่ๆ บวก ไม้หมอนรถไฟ
บ่อปลาขนาดใหญ่เลี้ยงพวก ปลาช่อนอเมซอน หรือ อัลลิเกเตอร์ ในบรรยากาศดิบๆ สไตล์อเมซอน
บึงอโรวาน่า รวมหมดไม่ว่า จะแดง จะทอง จะบูลเบส จะฟูลโกลด์ ฯลฯ แถมเจาะห้องใต้ดินข้างบ่อใส่อะครีลิค เพื่อจะได้ดู site view ของปลา แบบที่แกรนอโรวาน่าทำที่ฟาร์มของเขา
และอื่นๆ อีกมากมาย ที่พลั่งพรูออกมาเพราะความอยาก

เอ้า..ผมก็นอกเรื่อง มาก็พอสมควรแล้ว เข้าเรื่องละกันตามประเด็นของ section นี้ คือ "ดี ไอ วาย" บางท่านอาจจะไม่คุ้นกับคำว่า "DIY" หรือ "ดี ไอ วาย" มันเป็นภาษาของพวกคนโฆษณา หรือ นักการตลาดนะครับ หมายถึง Do it yourself แปลเป็นไทย ก็ประมาณ "ทำเอง ใช้เอง" นะครับ

ผมก็เป็นคนนึงที่มีโอกาสได้อ่านบทความเกี่ยวกับปลา หรือวารสารปลาของเมืองนอก หรืออ่านผ่านทางอินเตอร์เน็ตอยู่ ค่อนข้างบ่อย เมื่อก่อนท่อมๆ เดินซื้อปลาก็บ่อย พอจะรู้จักกับพี่ๆ เจ้าของร้านปลาหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะกับพี่อู๋ เจ้าของร้านฟรอนโตซ่านี่หละครับ ทำให้ผมเห็นแฟชั่นนิยม (Trend) อันหนึ่งที่พวกเมืองนอกเขาชอบทำกัน และทราบมาว่าก็มีคนไทยหลายๆ ท่านที่รัก การเลี้ยงปลาเป็นชีวิตจิตใจทำกันอยู่บ้าง นั่นคือ Fish Room หรือห้องชมปลาครับ คล้ายๆ กับความพยายามที่จะย่อ Aquarium หรือ วังปลา มาไว้ในบ้านนะครับ ประมาณว่าหาที่สร้างบ่อยังไม่ได้ ขอทำ"ห้อง"แก้ขัดไปก่อนก็แล้วกันได้

ซึ่งพอผมมีโอกาส โดยการทำรัฐประหาร ยึดห้องได้ห้องหนึ่งในบริเวณบ้าน ปฏิบัติการต่างๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น โดยเริ่มใช้ก้อนเนื้ออันน้อยนิดในกะโหลกคิด ว่าเราจะเลี้ยงปลาอะไรดี ทำตู้กี่ใบ ทำตู้ขนาดไหน ระบบกรองละจะใช้อะไร โอ้ย จิปาถะจะคิดครับ ในที่สุดก็สรุปว่าเป็นตู้ขนาด 60x20x20 นิ้ว เพราะประหยัดหน่อย เพราะกระจก 2 หุนก็เอาอยู่ กระจกยิ่งหุนเยอะยิ่งราคาสูง เอาละมักมาก…ทำเป็นแฟลตซัก 3 ชั้น ซะเลย ต่อมา..เอ..แล้วระบบกรองละทำยังไงดี ใช้ระบบน้ำลัน แล้วพ่นกลับด้วยหัวเจ็ท แบบที่ทำขายกันอยู่ทั่วไป ก็ไม่ค่อยแฮปปี้กับมันเท่าไหร่ เพราะตู้ที่มีอยู่ก็เป็นระบบนั้น หรือจะกรองแบบกรวดใต้พื้นก็ไม่ค่อยชอบ เพราะอยากจะเลี้ยงตู้เปลือยๆ แต่จริงๆ แล้วเข็ดกับแก็สไข่เน่า ที่ชอบฝังตัวใต้กรองกรวด ยิ่งแบบตู้ผมที่ไม่ค่อยล้างนักเมื่อก่อน เพราะล้างแล้วปลามันชอบตกใจ คือ ต้องย้ายปลาไปมา ปุ๊ปปั๊ปเกิดแก็สขึ้นมาปลาจะเดี้ยงเอาง่ายๆ

พอดีไปสังเกตุเห็นที่ร้านที่พี่อู๋เขา ระบบกรองอะไรหว่า เอากระป๋องไปวางในตู้ แล้วมีท่อยื่นออกมา มีน้ำพ่นออกมาด้วย ก็แอบดูอยู่นาน พอตีสนิทได้ก็เริ่มเลียบเคียงๆ ถามพี่เขา ขออนุญาติแกะเครื่องในออกมาดู พอดีช่วงนั้นเริ่มสนิทหนักขึ้นนะครับ พี่แกก็ดี..ใจหาย ให้ไปดูที่บ้าน พี่แกบอกว่าทำด้วยระบบคล้ายๆ กับที่ร้านนี้ แต่กรองอยู่นอกตู้เลี้ยง เราดูแล้วเออชอบใจวุ้ย น้ำแกใสดี แถมไม่ต้องเอาปั๊มน้ำหัวเจ็ทแหย่ไปในตู้ แล้วเสียบไฟ น่าหวาดเสียวกลัวจะถูกไฟดูดทั้งคนทั้งปลา ในกรณีที่ไฟรั่ว

ก็เริ่มมาดัดแปลงเอา โดยใช้ตู้ 60 นิ้ว ซึ่งปกติบางท่านที่ใช้กรองนอกพวก eheim จะสั่งตู้เปลือย หรือบางคนก็ใช้กั้นกรองน้ำล้น ผมก็ให้ร้านเขาช่วยกั้นข้างซัก 6 นิ้วให้ แต่ไม่ต้องทำระบบน้ำลันก็ประหยัดเงินไปได้ จริงๆ เพราะขี้เกียจไปหาซื้อเหล็กฉากมาทำแท่นข้างๆ ตู้แบบพี่อู๋เขาทำ พอสรุปได้ยังงั้นถึงจะเสียพื้นที่ในตู้ไปนิด เพื่อไว้เป็นระบบกรอง ก็ยอมครับ

เอาละหมดเรื่องตู้ละ คราวนี้ก็ระบบกรองที่ใช้ หลายท่านที่เดินร้านขายปลา จะสังเกตุเห็นว่า ส่วนใหญ่เขาจะใช้ปั๊มอากาศ (Air Pump) สำหรับจัดการระบบของตู้ปลาในร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะต่อเข้ากับระบบกรองใต้กรวด โดยเดินท่อพีวีซีรอบๆ ร้าน แต่ถ้าคุณสังเกตุที่ร้าน Frontosa คุณจะเห็นระบบที่พี่อู๋ดัดแปลงมาใช้ในร้าน ซึ่งประกอบด้วย
กระป๋องหรือถังที่มีขนาดพอสมควร
ปะการังในถังน้ำ
กรวยกรอกน้ำ ซึ่งอันนี้แหละที่ผมว่าเป็นหัวใจของระบบที่พี่อู๋ใช้อยู่ครับ

ครับ หลังจากที่ผมจัดเตรียมรายการของที่ต้องซื้อ ประมาณว่าร่างแบบ และวัดพื้นที่ของการเดินท่ออากาศ รวมทั้งจำนวนท่ออากาศที่จะใช้ โดยผมเผื่อประมาณไว้ 30 ท่อได้ ก็ได้เวลาซื้อของละครับทีนี้ สะดวกรวดเร็วกับบริการของร้านคุณอ้วนที่เซเว่นเดย์ เพียงแต่คุณร่างแบบคำนวนขนาดท่อไปให้ดี อ้วนจะตัดท่อพีวีซีให้คุณ สบายดีเวลาขนใส่รถขากลับครับ ลองดูอุปกรณ์แล้วกันนะครับ

ปั้มอากาศ อันนี้สำคัญเพราะหัวใจเลยทีเดียว ก็มีหลายยี่ห้อสนนราคาก็ประมาณ 7,000-12,000 บาท มีทั้งแบบทำจากจีน และจากญี่ปุ่น ซึ่งปกติเขาจะใช้เพิ่มอากาศ ในระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน หรือ อาคารนะครับ ของผมที่ใช้อยู่ของญี่ปุ่น ขนาด 80 วัตต์ ซึ่งผมชอบเพราะมันแรงดี ได้ออกซิเจนให้ปลาเต็ม ไม่เชื่อลองดูรูป ที่เก็บมาฝากแล้วกันครับ
ถังใส่ปะการัง ซึ่งควรจะมีขนาดที่พอจะใส่ช่องกั้นกรองนั้น และวางกรวยกรอกน้ำได้ เอาเชือกผูกถัง ทำเป็นหูหิ้วไว้ซักนิดนึง เวลาทำความสะอาดจะได้ยกออกมาได้ง่ายๆ ไม่งั้นยกยากนะครับ มันจะหนัก
ท่ออากาศสามทาง อันนี้ไว้เจาะใส่ลงในกรวยกรอกน้ำ เพื่อช่วยในการดันน้ำกลับมาสู่ตู้เลี้ยง
ปะการัง ก่อนใส่เอามาล้างน้ำให้สะอาด และแช่น้ำค้างคืนทิ้งไว้ซักหน่อยนะครับ
ถุงผ้าตาข่าย หรือ ถุงผ้าโปร่ง ไว้ใส่ปะการัง บางคนที่ทำบ่อปลาคาร์ฟเขาจะใช้ถุงที่ไว้ใส่ในเครื่องซักผ้า ประโยชน์ก็คือ ยกออกมาล้างทำความสะอาดง่ายนะครับ หนักนะครับ อย่าใส่มากในแต่ละถุง กะเอาแค่ยกขึ้น ได้ง่ายครับ
สก็อตไบร์ท อันนี้ไว้วางเหนือปะการัง เพื่อกรองหยาบก่อนนะครับ เวลาเปลี่ยนน้ำก็จะได้ดูดสิ่งสกปรก ที่ติดอยู่ออกได้ง่ายด้วย หรือ จะใช้ใยกรองก็ตามใจครับ แต่ผมชอบสก็อตไบร์ทเพราะหนาดี
ท่อพีวีซี อันนี้สำคัญครับ ต้องวัดคำนวณความยาวที่จะใช้ให้ดีจะได้ไม่เหลือเศษ และสะดวกเวลาไปสั่งเขาตัด เพื่อทั้งมาทำเดินท่ออากาศ และเป็นท่อนำน้ำออกจากกรองเข้าตู้เลี้ยง และลักน้ำเข้ากรอง อย่าลืมคำนวณ จำนวนของ ข้องอพีวีซีที่จะใช้ด้วยนะครับ ผมใช้ท่อลักน้ำประมาณ 2-3 อันต่อตู้ ก็จะใช้ข้องอ 4-6 อัน ต่อ หนึ่งตู้ อย่าลืมข้องอ ที่จะใช้ในตอนเดินท่ออากาศด้วยนะครับ
สายอากาศ อันนี้แล้วแต่ท่านจะเลือกแบบธรรมดา หรือ แบบสายซิลิโคน (เขาว่าจะไม่ค่อยแข็งกรอบ แต่แพงกว่า) ซื้อเป็นม้วนมาเลยครับถ้าตู้เยอะๆ
ท่อวาวล์อากาศ แล้วแต่จะเป็นพลาสติก หรือ สแตนเลส ก็ได้ครับ ผมใช้พลาสติก เพราะมันแหย่ฟิต พอดีกับรูที่เจาะไว้กับท่อพีวีซี
หัวทราย อันนี้ก็ไว้เพิ่มออกซิเจน เลือกเอาแล้วกัน จะใหญ่ จะเล็ก ก็แล้วแต่ชอบครับ
ชั้นสำหรับปั๊มอากาศ ซึ่งต้องติดตั้งให้แน่นหนาเพราะตัวปั๊มหนักเอาการครับ และต้องอยู่เหนือระบบ และตู้พอสมควร เพราะเวลาไฟดับ น้ำจะได้ไม่ไหลย้อนกลับไปเข้าเครื่องปั๊ม เดี๋ยวพอไฟมา เครื่องจะซ็อตครับ
ท่อดักอากาศ ลักษณะคล้ายเฮดเดอร์ท่อไอเสียรถยนต์นะครับ อันนี้สั่งร้านอ้วนเซเว่นเดย์ได้ หรือ ใครอยากทำเองก็ได้ครับ ดูตามรูปเอาแล้วกัน เขาว่ากันว่า ไว้เพิ่มความแรงของอากาศนะครับ คือ ดักแล้วรีดลมที่ออกจากปั๊มอากาศ
กาวท่อพีวีซี ก็เอาไว้ทาเชื่อมท่อพีวีซีไงครับ
ที่กรองน้ำ ก็เอาไว้กรองคลอรีนนะซิ รักจะทำ fish room หลายตู้ ใช้น้ำยาลดคลอรีน เปลืองยาวเลย ไม่คุ้มหรอกครับ ต้องที่กรองน้ำ มีหลายขนาด หลายราคา สีฟ้าๆ นะครับ
เครื่องมือในการเจาะทำลาย ไว้เจาะกำแพง แล้วก็เจาะท่อพีวีซี (บางคนใช้ผูกเอาเพราะขี้เกียจเจาะ แบบของพี่อู๋ที่ร้าน แต่พี่แกผูกกับเหล็กฉาก ว่างๆ ก็ลองเดินดูเอานะครับ)
ตาข่ายพลาสติก + สายรัดพลาสติก อันนี้เอามาไว้เตรียมทำฝา กับรัดสายโน่นสายนี่ ที่ระโยงระยางให้เป็นระเบียบ เช่น ท่ออากาศครับ
กาวซิลิโคน อันนี้บางคนอาจจะใช้ เพื่อยากันซึมระหว่างท่อวาวล์อากาศ กับ ท่อพีวีซี แต่ผมไม่ได้ใช้เพราะมันเข้าได้พอดีกันครับ

เอาละ…เริ่มได้เวลาเหงื่อออกกันละซิ

เริ่มแรกก็อย่างที่ว่าก็ต้องกางแบบที่ร่างเพื่อ การวางปั๊มอากาศ, มาร์คจุดในการเดินท่ออากาศ และเจาะท่ออากาศ อันนี้ต้องจินตนาการกันนิดนะครับ เพราะกรองอยู่ข้าง หัวทรายจะอยู่อีกฝั่งตรงข้ามของกรอง จะเจาะไว้แนวไหน เข้าไปปิดเปิดง่ายเดินสายอากาศได้สะดวก ผมเผื่อไว้ 5 จุดต่อตู้ครับ ซึ่งอาจจะเยอะไปก็ได้ครับ อันไหนไม่ใช้ก็ปิดไว้ แต่ผมชอบอ๊อกเยอะๆ ปลาจะได้สบาย ระบบกรองจะค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะจุลินทรีย์ที่อาศัยกรวดปะการัง หรือที่เรียกกันว่าแบคทีเรีย จะอาศัยเจริญเติบโตเกาะอยู่ ซึ่งจะย่อยสลายแอมโมเนีย ซึ่งเกิดจากการเน่าเสียของอินทรีย์วัตถุ โดยทำให้ไปเป็นไนไตรท์ และ แบคทีเรียอีกชนิดก็จะช่วยย่อยสลายไนไตรท์ ให้กลายไปเป็นไนเตรต ที่ไม่เป็นอันตายกับปลา ซึ่งต้องการออกซิเจนในกระบวนการย่อยสลายเหล่านี้ โดยจะช่วยให้ระบบกรองมี Biological System ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตั้งปั๊มอากาศ กับท่ออากาศที่ได้ทำการมาร์ค และเจาะรูท่ออากาศเรียบร้อยแล้ว เคลื่อนย้ายตู้ และแท่นให้เข้าที่เข้าทาง อ้อ..เวลาสั่งตู้ให้เขามาส่งและติดตั้งวัดระดับ หลังคุณเดินท่ออากาศเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่งั้นยุ่งระเบิดเลยคุณ เพราะการย้ายหรือขยับตู้ นี่งานช้างนะครับ

เริ่มประกอบอุปกรณ์ โดยเจาะที่กรวยกรอกน้ำบริเวณสติกเกอร์ (ในรูป) เพื่อไว้ใส่ท่ออากาศสามตา เอากรวยวางในถัง หรือกระป๋อง ที่เตรียมไว้ โดยให้มีปะการัง ปูพื้นอยู่ประมาณ 1-2 ซม. เสร็จแล้ว ก็เอาท่อพีวีซี ที่สูงพ้นถังใส่ข้องอให้เรียบร้อย เสียบที่ปลายของ กรวยกรอกน้ำ เพื่อไว้ส่งน้ำกลับเข้าตู้เลี้ยง แล้วก็เอาปะการังใส่ให้พอท่วมกระป๋อง อ้อ อย่าลืมใส่สายอากาศก่อนนะครับ ให้โผล่มาแล้วพ้นกระป๋อง แล้วหาตัวต่อสาย มาติดไว้อีกข้าง เวลาเราจะเดินสายอากาศ จากท่อพีวีซี ที่เจาะช่องอากาศมาใส่ในระบบ จะได้ง่ายๆ และที่สำคัญ เวลายกออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ต้องวุ่นวายกับท่อสายอากาศ

เตรียมกรวดปะการัง ที่อยู่ของแบคทีเรีย ที่เป็นประโยชน์ อย่างที่เล่ามาข้างต้น ล้างและแช่น้ำทิ้งไว้ซํก 2 วันเอาสิ่งสกปรกออก เช่น เศษกระจก หรือ ยางมะตอย ซึ่งบางทีติดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ เอาปะการัง ใส่ถุงที่เตรียมไว้ กะพอยกขึ้นลงได้ไม่หนักจนแอ้ ใส่ลงไปตามชอบ แต่ให้ดีซักครึ่งตู้หรือมากกว่า แล้วก็เอาลงไปวางข้างถังหรือ บนถังนั้น แล้วก็เอาสก็อตไบร์ทวางทับ ให้เป็นกรองหยาบ ดักพวกของเสียใหญ่ๆ เดินสายอากาศมาใส่ที่ระบบกรอง และ เดินสายอากาศใส่หัวทรายไว้อีกด้านของระบบกรอง ซึ่งตรงนี้ พี่อู๋บอกว่าแรงจากหัวทราย มันจะได้พัดของเสียในตู้เลี้ยง มาเข้าท่อที่ลักน้ำเข้ากรองของระบบ

ทำท่อลักน้ำซัก 2-3 อัน ของผม 2 บ้าง 3 บ้าง แล้วแต่อารมณ์ โดยจะแบ่งเป็นลักน้ำใต้ตู้ อันนี้จะดูดของเสียใต้ตู้ อีกอันความยาวประมาณกลางตู้ อันนี้ไว้ดักของเสียกลางตู้ที่ลอยอยู่ แล้วก็มาทำฝาตู้ จากท่อพีวีซี นำมาต่อๆ กันเป็นสี่เหลี่ยม แล้วขึงด้วยตาข่ายพลาสติก ไว้ป้องกันปลามันซ้อมกระโดดสูง

ได้เวลาเดินระบบแล้วครับ คุณจะเห็นว่าท่ออากาศในระบบกรอง จะทำการดัน และส่งน้ำจากกรองเข้าตู้เลี้ยง และท่อที่เราทำลักน้ำไว้ ก็จะลักน้ำ กลับเข้ามาที่ระบบกรอง หลังจากนั้นควรจะเดินระบบไว้ซัก 3-4 อาทิตย์ หรือ จะซื้อจุลินทรีย์เทียม มาใส่ก็ได้ แต่ผมเอาปลาซักเกอร์ 1 ตัวต่อตู้ ใส่ไปประมาณ 2 อาทิตย์ โดยให้อาหารมันตามปกติ หลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนน้ำ 20% แล้วก็ค่อยเอา เจ้าฟรอนโตซ่าสุดที่รักลงไป

ครับระบบที่ว่านี้ ก็เอามาเล่าสู่กันฟัง ตามการลองผิดลองถูกของผม และความรู้ที่ได้รับความเอื้อเฟื้อ มาจากพี่อู๋ ซึ่งต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ส่วนตัวผมว่าผมชอบนะระบบนี้ น้ำใสนิ้งเลย และปะการังยังทำให้ pH ของน้ำคงที่ ผมวัดได้ประมาณ 8 ผมจะเปลี่ยนน้ำ อาทิตย์ละหนึ่งครั้ง บางทีก็อาทิตย์กว่า ดูดเอาของเสีย ที่สก็อตไบรท์ออก แล้วก็เปลี่ยนน้ำประมาณ 15-20 % แล้วก็ใส่เกลือทะเลลงไป เวลาเปลี่ยนก็ดูดออกจากตรงกรอง ไม่ต้องรบกวนเจ้าฟรอนฯ ให้ตกใจเล่น ก็ดูสงบสุขกันดี อยู่กันเป็นฝูง
 
         
   
  สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537